2009/Oct/13

 

 สาวน้อยผมสีน้ำเงิน Coraline Jones (พากย์เสียงโดย ดาโกต้า แฟนนิง) กับพ่อและแม่ (พากย์เสียงโดย จอห์น ฮอจแมนและเทอรี แฮทเชอร์) พากันย้ายเข้าไปอยู่ใน Pink Palace บ้านเก่าแก่แบ่งให้เช่า โดยเพื่อนร่วมบ้านแต่ละคนดูจะไม่ค่อยเต็มกันเท่าไหร่ ตั้งแต่สองสาวแก่ (พากย์เสียงโดย เจนนิเฟอร์ ซอนเดอร์ และ ดอน เฟรนช์) ที่เป็นอดีตนักแสดงสาวสวย จนถึงลุงชาวรัสเซีย (พากย์เสียงโดย เอียน แม็กเชน) ที่เป็นอดีตนักกายกรรม และยังมีเด็กชายท่าทางแปลกๆ ที่อยู่แถวๆ นั้นอีกคน ด้วยความเบื่อ แถมพ่อแม่ก็เอาแต่ทำงาน Coraline ก็เลยแก้เซ็งด้วยการออกสำรวจบ้านใหม่ไปเรื่อยจนพบกับประตูบานเล็กๆ ซึ่งเปิดเข้าไปเจออุโมงค์ ที่พาไปยังอีกโลกหนึ่ง โลกที่ทุกอย่างเหมือนกับบ้านของ Coraline ทุกกระเบียดนิ้ว แต่ว่าโลกนี้สนุกกว่าเยอะ มีพ่อกับแม่ที่เอาใจใส่กว่า ตอนแรกๆ อะไรๆมันก็ดีอยู่ แต่พอไปๆมาๆ คุณแม่อีกคนหนึ่งนั้นอยากจะให้เธออยู่ในอีกโลกนี้ด้วยแบบตลอกาล โดยมีข้อแม้ว่าเธอจะต้องยอมให้เย็บกระดุมไว้ที่ตา กว่าจะไหวตัวทัน อะไรๆ ก็เกือบจะสายไปซะแล้วเมื่อเธอพบว่าอีกโลกที่สวยงามนี้อาจจะไม่ได้โสภาสถาพร อย่างที่คิด

นอกเหนือจากความแพรวพราวเกือบถึงขั้นเทพประทานในการ กำกับและ การเล่นกับสีและพื้นที่แล้ว เซลิคยังสร้างสีสันให้ตัวละคร Coraline ถนัดต่อปากต่อคำ เหน็บแนมเก่ง กระแหนะกระแหนเป็นเลิศ โดยเฉพาะตอนอยู่กับพ่อแม่ที่ต้องเอาเวลาไปจดจ่อกับการทำธุรกิจทำสวน ยังไม่มีอนิเมชั่นขนาดยาวเรื่องไหนที่ใช้ตัวละครหลักที่เป็นผู้หญิง ที่สามารถแก้ปัญหาด้วยไหวพริบ ฉลาด และกล้าหาญแบบ Coraline สังเกตว่า Coraline สามารถแก้ปัญหาที่ประดังเข้ามาโดยไม่ต้องทำตัวเป็นเจ้าหญิงเหมือนในนิทาน และยังไม่ต้องพึ่งผู้ชายให้มาช่วยอีกด้วย

ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ (ผู้หญิง) และลูกสาว (ผู้หญิง) น่าจะเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ เพราะว่าสาระสำคัญของเรื่องคือการหาแม่ที่ดีพร้อมให้กับตัวเอง แม่ของ Coraline เป็นแม่ที่ชอบแข่งขันกับสามี ชอบหาเรื่องว่าลูกสาวของตัวเอง และทำงานที่ตัวเองก็ไม่ได้มีความสุขนัก (จะให้มีความสุขกับงานทำสวนได้ยังไง ในเมื่อตัวเองมัวห่วงว่าทำสวนแล้วเสื้อผ้าจะเลอะรึเปล่า) เสียงพากย์ของ เทรี แฮทเชอร์ ที่เป็น แม่/แม่อีกคน นั้นเหมาะกับลักษณะตัวละครแบบนี้มาก เป็นคุณแม่ที่ไม่รู้จักอดทน เอาแต่ใจตัวเอง ห่วงโน่นนี่ตลอดเวลา แต่ก็ยังฉลาดด้วย เรารู้ว่าคุณแม่ก็รักลูกสาวเหมือนกัน แต่รักลูกยังไงนี่ก็อีกเรื่องนึง ในเรื่องนี้มีตัวละครที่เป็นผู้ชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกับ Coraline ด้วย ซึ่งผู้กำกับก็ทำให้ตัวละครตัวนี้มีความซับซ้อนเท่ากับคอโรลิน แต่ความสำคัญของตัวละครกลับไม่มีการเหลื่อมล้ำกัน

สิ่งที่ทำให้ เรื่องนี้เป็นอนิเมชันสต็อปโมชันที่ไม่เหมือนใคร อยู่ตรงที่ใส่ความเซ็กซี่ของตัวละครแก่ๆลงไป ตามขนบแล้วผู้หญิงแก่ควรจะอยู่ส่วนแก่ ไม่ควรทำตัวสาว แต่ตัวละครสองสาวแก่ในอีกโลกหนึ่ง กลับทำได้แบบไม่กระอักกระอ่วน และไม่รู้สึกด้วยว่าการที่ตัวเองแก่เป็นสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการ และให้ทั้ง Coraline และคนดูได้เห็นว่าคนคนแก่ก็ สวยได้ อ่อนช้อยได้ เซ็กซี่ได้ และ ยังมีคลาสได้อีกด้วย

ที่น่าสนใจที่สุดคือตัวละครแม่ อีกคน ที่ในตอนแรกเป็นเหมือนสิ่งที่แม่ตัวจริงไม่สามารถเป็นได้ ทำให้คนดูเห็นอกเห็นใจ ทั้งทำกับข้าวให้กิน และทำขนมที่ชอบให้ด้วย ดูเหมือนจะเป็นห่วง Coraline ไปทุกเรื่อง แต่ว่าหนังเลือกจะเล่นกับ "มายาคติ" เกี่ยวกับคุณแม่ในอุดมคติ นั่นหมายถึงคุณแม่ที่ดีพร้อมนั้นจะต้องตอบสนองความต้องการของลูกได้ทุกอย่าง ซึ่งในความเป็นจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น เมื่อธาตุแท้ของแม่อีกคนเป็นเผย Coraline จึงได้ประจักษ์ถึงความจริงว่า ถึงแม้ว่าคุณแม่ตัวจริงจะไม่สามารถสนใจเธอได้ตามที่เธอต้องการ อย่างน้อยคุณแม่ตัวจริงก็ไม่ได้บังคับให้ลูกสาวเลือกระหว่าง "ความสุข" กับ "ชีวิตจิตใจ" ของตัวเอง

Coraline ไม่ได้มีแค่ความสนุกสนานบันเทิงในระดับที่ไม่จำเป็นต้องยกนาฬิกาขึ้นมาดู เวลาได้ตลอดเรื่อง แต่อยู่ที่ประเด็นสตรีนิยมที่แจ่มชัดตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ หนังที่พูดถึงความสัมพันธ์แบบแม่ลูกในโลกอนิเมชันนั้นแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะเรื่องของเด็กสาวที่ทั้งแกร่ง และกล้าหาญในการตัดสินใจยากๆในชีวิตว่าอะไรกันแน่ที่สำคัญจริงๆในชีวิตตัว เอง Coraline ได้พิสูจน์แล้วว่าเด็กผู้หญิงก็สามารถมีการผจญภัยที่ลึกซึ้ง นำไปสู่การรู้จักตัวเองได้แบบที่เด็กผู้ชายมีกันมานานนมแล้ว

ผู้กำกับเฮนรี เซลิค ฝีมือระดับเซียน ได้สร้างผลงานน่าทึ่งไว้หลายชิ้น ตั้งแต่ The Nightmare Before Christmas และ James and The Giant Peach ทั้งยังส่งเสริมศิลปะด้านอนิเมชั่นเทคนิค "สตอป-โมชั่น" มากกว่าผู้กำกับคนไหนอีกด้วย มาถึง Coraline งานกำกับชิ้นล่าสุด เป็นภาพยนตร์อนิเมชันสต็อปโมชัน HD เรื่องแรกที่ถ่ายทำในรูปแบบ 3D สร้างขึ้นจากหนังสือเบสต์เซลเลอร์ระดับโลกฝีมือ นีล ไกแมน นักเขียนจินตนาการสุดบรรเจิดชาวอังกฤษ เป็นหนังอนิเมชั่นสำหรับเด็กแต่ผู้ใหญ่ก็สามารถดูได้ เพราะหนังทำออกมาได้สนุกสนาน มีลุ้นระทึก เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และทำให้เราสามารถมองเห็นประเด็นสตรีนิยมที่ หนังต้องการจะสื่อได้อีกด้วย

Comment

Comment:

Tweet